ช่างประกอบโมลด์ ส่วนสำคัญของการทำแม่พิมพ์

ช่างประกอบโมลด์ ในประเทศไทยมีการยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ในช่วงปี พ.ศ.2547 เริ่มมีโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ โดยคณะรัฐมนตรีในยุคนั้นได้มอบหมายให้สถาบันไทย-เยอรมัน เป็นหน่วยงานหลักในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม พัฒนา และบริหารจัดการองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับช่างประกอบโมลด์แบบครบวงจร โดยโครงการแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรกปี พ.ศ.2548 – 2552 เป็นช่วงการสร้างองค์ความรู้ พัฒนาบุคลากรช่างประกอบโมลด์ ในระยะที่สอง ปี พ.ศ.2553 – 2557 เป็นการพัฒนาองค์ความรู้ต่อเนื่องจากระยะแรก ผลิตผู้ที่มีทักษะขั้นสูง พัฒนาผู้ประกอบการ และมุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งคลัสเตอร์ด้านงานพิมพ์ 4 คลัสเตอร์ (อุตสาหกรรมการผลิตเกี่ยวเนื่อง) เพื่อใช้เป็นแหล่งเชื่อมโยงกันระหว่างคลัสเตอร์ให้เข้มแข็ง ประกอบด้วย สมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย กลุ่มพันธมิตรอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย กลุ่มนาโน โกลบอล พรีซิชั่น คลัสเตอร์ และกลุ่มพันธมิตรอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและแม่พิมพ์ไทย และการจัดทำแผนการตลาด เปิดตัวแนะนำการผลิตกับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้ทำความรู้จักแหล่งผลิตและเทคโนโลยีจากไทย ด้วยการออกโรดโชว์แสดงนวัตกรรมการผลิตแม่พิมพ์และเชื่อมโยงการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเริ่มต้นจากรอบๆ อาเซียน คือ ประเทศเวียดนาม และประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ต่อมาได้ขยายไปสู่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป

แม่พิมพ์ (mold) สามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภทดังนี้

1.แม่พิมพ์พลาสติก

2.แม่พิมพ์โลหะ

3.แม่พิมพ์แก้ว

4.แม่พิมพ์เซรามิกส์

5.แม่พิมพ์ยาง

การผลิตแม่พิมพ์ (mold)

ความต้องการการออกแบบแม่พิมพ์คือขนาดที่แม่นยำผิวเรียบโครงสร้างที่เหมาะสมมีประสิทธิภาพการผลิตสูงและง่ายโดยอัตโนมัติและง่ายต่อการผลิตชีวิตสูงต้นทุนต่ำออกแบบตามความต้องการของกระบวนการทางเศรษฐกิจและเหมาะสม

การออกแบบโครงสร้างตัวตายและการเลือกพารามิเตอร์ควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่นความแข็งแกร่งการวางแนวการขนถ่ายกลไกการวางตำแหน่งและการกวาดล้าง ควรเปลี่ยนชิ้นส่วนที่อ่อนแอในแม่พิมพ์ สำหรับแม่พิมพ์พลาสติกและการหล่อตายก็จำเป็นที่จะต้องพิจารณาระบบการเทที่เหมาะสมละลายสถานะการไหลของพลาสติกหรือสถานะป้อนตำแหน่งโพรงและทิศทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดการสูญเสียการราดของรันเนอร์แม่พิมพ์หลายช่องสามารถใช้เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันได้หลายรูปพร้อมกันในหนึ่งรูปแบบ ควรใช้แม่พิมพ์ที่มีประสิทธิภาพสูงความแม่นยำสูงและอายุการใช้งานตลอดอายุการใช้งาน

เครื่องเจาะรูควรใช้ Multi-position Progressive Die ซึ่งเป็นเม็ดมีดแบบ Insert Progressive Die สามารถใช้ปรับปรุงชีวิตได้ ในการผลิตชุดเล็กและผลิตภัณฑ์ใหม่ทดลองใช้ควรนำมาใช้โครงสร้างง่ายรวดเร็วผลิตค่าใช้จ่ายแม่พิมพ์ง่ายต่ำเช่นการรวมกันตายตายโลหะแผ่นแม่พิมพ์ยางยูรีเทนโลหะจุดหลอมเหลวต่ำจุด แม่พิมพ์, แม่พิมพ์โลหะผสมสังกะสี, แม่พิมพ์โลหะผสม superplastic และอื่น ๆ แม่พิมพ์ได้เริ่มใช้คอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบ (CAD) นั่นคือผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของแม่พิมพ์ นี่คือทิศทางการพัฒนาของการออกแบบแม่พิมพ์

อุตสาหกรรมแม่พิมพ์  ในประเทศยังได้รับนโยบายการส่งเสริมสนับสนุนจากภาครัฐในด้านต่าง ๆ เพื่อการประกอบการ จึงยังคงผลิตและส่งออกสินค้าแม่พิมพ์และอุปกรณ์ได้เพิ่มมากขึ้น นโยบายในการพัฒนาทักษะช่างประกอบโมลด์ตลอดกระบวนการผลิตแม่พิมพ์ และครอบคลุมแม่พิมพ์ชนิดต่าง ๆ นอกเหนือจากด้านแม่พิมพ์โลหะ (Metal Die) และแม่พิมพ์พลาสติก (Plastic Mold) ยังครอบคลุมถึงแม่พิมพ์ Die Casting Mold และ Rubber Mold ด้วย นอกจากนี้ ยังมีนโยบายการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพช่างประกอบโมลด์ ที่มุ่งให้เกิดระบบมาตรฐานในการพัฒนาทักษะช่างประกอบโมลด์โดยตรง เฉพาะทางด้านการผลิตแม่พิมพ์ และนโยบายการยกระดับขีดความสามารถด้านแม่พิมพ์ของผู้ประกอบการ ก่อนการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2015 ด้วย

จึงยังมีความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมแม่พิมพ์ในประเทศที่จะเพิ่มยอดการผลิตได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ เพื่อการตอบสนองอุตสาหกรรมการผลิตต่าง ๆ ในประเทศที่ต้องใช้แม่พิมพ์ และเพื่อขยายการส่งออกสินค้าแม่พิมพ์ได้ต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *